วันเสาร์ที่ 1 สิงหาคม พ.ศ. 2558

ทุ่มสุดพลังเพื่อสองท่านที่เรารักมากที่สุด

เพราะคำว่ายากจนหรือไม่มี ทำให้คนเราจะเลือกได้ 2 ทางคือ
1.  เลือกดิ้นรน ใฝ่ดี ตั้งใจเรียนรู้ ตั้งใจทำงาน ขยันทำมาหากิน เพราะคำว่ายากจนเขาบอกว่าไม่ได้เป็นกรรมพันธุ์ ซ้ำร้ายความยากจนเป็นเรื่องน่ากลัวมากนัก
2.  เลือกมีชีวิตอยู่แบบเรื่อยๆ ไม่ต้องดิ้นรนอะไร ไม่มีก็ไม่ใช้ อยู่ตามมีตามเกิด ตามบุญวาสนา (คิดไปเอง)

สำหรับผมเลือกข้อ  1 ที่จะตั้งใจทำงานหาเงิน ตั้งใจเรียนรู้ ใฝ่ดี ขยัน ซื่อสัตย์ เอาคำว่าไม่มี มาเป็นแรงผลักให้ตัวเราเองสู้อย่างเข้มแข็ง ต้องขอบคุณความจน ที่ทำให้ผมยืนหยัดที่จะสู้ บนรสชาดของชีวิตความจน ทำให้เราดิ้นรนขยันทำมาหากิน ตั้งใจใฝ่เรียนรู้ เพื่อใบปริญญาตรี ที่พร้อมจะเป็นใบเบิกทางในชีวิตการทำงานออฟฟิศ ที่ได้ประสบการณ์ชีวิตอีกแบบหนึ่ง ซึ่งต่างจากครอบครัวชาวนาของบรรพบุรุษ

สองคนในรูปนี้  คือพ่อแม่อันเป็นที่รักของครอบครัว สมัยก่อนท่านทั้งสองเลี้ยงลูกๆ มาด้วยความยากลำบาก คุณแม่เล่าว่าต้องตำข้าวเปลือก แล้วใช้กระด้งฝัดเอาแต่ข้าวสารมาเลี้ยงน้องๆ เนื่องจากชนบทบ้านเรายังไม่มีโรงสีข้าว  มีเพียง "ครกมอง" ที่ใช้ตำข้าวเปลือก แล้วแปลงสภาพมาเป็นข้าวสาร  กว่าจะได้กินข้าวเหนียวนึ่ง ต้องผ่านกรรมวิธีที่ลำบากพอสมควรแต่คนสมัยก่อนก็ผ่านมาได้แบบสบาย

เพราะคำว่าห่างไกลความเจริญทำให้โอกาสทางการศึกษามีน้อยมากสำหรับคนชนบทเช่นเรา เมื่อเห็นพ่อแม่ลำบากมาตั้งแต่เกิด แต่คุณพ่อคุณแม่ก็เลี้ยงลูกได้ดีมาก มากจนคิดว่า ณ เวลานี้เรายังเลี้ยงท่านได้ไม่ดีเท่ากับท่านเลี้ยงเราเมื่อตอนเด็ก แต่ท่านก็ให้ลูกได้เรียนหนังสือให้สูงที่สุดเหมือนๆ กับพ่อแม่ของคนในเมือง ที่ต้องให้ลูกเรียนหนังสือ

ถึงเวลานี้แล้วที่เราต้องสู้ ทำงานให้ประสบผลสำเร็จในอาชีพ ถอยไม่ได้เด็ดขาด เราจะต้องทำงานเพื่อให้พ่อแม่ของเราได้อยู่แบบสบาย ไม่ต้องทำงานหนักแล้ว เพราะท่านเหนื่อยมามาก พระคุณพ่อแม่ ยกไว้บนหัวเหนือสิ่งอื่นใด

เสื้อผ้าที่เราใส่เมื่อครั้งยังเด็ก ท่านทั้งสองเป็นผู้ซื้อให้ลูกๆ ใส่ วันนี้สุขใจเหลือล้น เพราะเสื้อผ้าที่พ่อกับแม่ใส่คือที่เราซื้อให้  น้ำตาจะไหล ความสุขเล็กๆ น้อยๆ ของลูก




ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น